อังเคล ดิ มาเรีย คือหนึ่งในนักฟุตบอลอาร์เจนตินาที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในยุคปัจจุบัน แต่กว่าจะเดินทางมาถึงวันที่ได้ชูถ้วยฟุตบอลโลก ชีวิตของเขาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะวัยเด็กของดิ มาเรีย เต็มไปด้วยความยากลำบากและข้อจำกัดทางการเงิน

ดิ มาเรีย เกิดที่เมืองโรซาริโอ ประเทศอาร์เจนตินา และเริ่มต้นเส้นทางฟุตบอลกับ โรซาริโอ เซนทรัล สโมสรที่กลายเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของชีวิตค้าแข้ง เขาเติบโตขึ้นมาจากครอบครัวที่ต้องต่อสู้เพื่อความอยู่รอด โดยมีคุณแม่คอยสนับสนุนความฝันเรื่องฟุตบอลอย่างเต็มที่ แม้ครอบครัวจะไม่ได้มีเงินมากมาย

เรื่องราวในวัยเด็กเหล่านี้กลายเป็นแรงผลักดันให้ดิ มาเรีย มุ่งมั่นกับฟุตบอลอย่างจริงจัง ก่อนพรสวรรค์จะพาเขาเดินทางออกจากอาร์เจนตินา และเริ่มต้นชีวิตค้าแข้งในยุโรปกับ เบนฟิก้า

จากเบนฟิก้าสู่ เรอัล มาดริด

หลังสร้างชื่อกับเบนฟิก้า ดิ มาเรีย ได้รับโอกาสครั้งใหญ่เมื่อ เรอัล มาดริด คว้าตัวไปร่วมทีมในปี 2010 ที่สเปน เขาพัฒนาตัวเองจนกลายเป็นกำลังสำคัญในเกมรุก และมีโอกาสลงเล่นเคียงข้าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้

หนึ่งในช่วงเวลาที่โดดเด่นที่สุดเกิดขึ้นในฤดูกาล 2013/14 เมื่อดิ มาเรีย มีส่วนสำคัญในการพาเรอัล มาดริด คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก สมัยที่ 10 หรือ “ลา เดซิมา” พร้อมได้รับรางวัลแมน ออฟ เดอะ แมตช์ ในรอบชิงชนะเลิศ

จากเด็กชายแห่งโรซาริโอ เขาก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในนักเตะระดับแถวหน้าของยุโรปได้สำเร็จ

บทเรียนที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก่อนคืนฟอร์มกับ PSG

ปี 2014 ดิ มาเรีย ย้ายมาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวสถิติสโมสรในเวลานั้น และได้รับเสื้อหมายเลข 7 แต่ช่วงเวลาที่อังกฤษกลับไม่เป็นไปอย่างที่คาดหวัง ทั้งเรื่องการปรับตัวเข้ากับฟุตบอลพรีเมียร์ลีกและเหตุการณ์โจรบุกบ้านพักของครอบครัว ทำให้เขาตัดสินใจย้ายออกหลังอยู่กับทีมเพียงฤดูกาลเดียว

จากนั้นดิ มาเรีย ย้ายไป ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในปี 2015 และกลับมาค้นพบฟอร์มเก่งอีกครั้ง เขากลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญของทีม มีบทบาททั้งการทำประตูและสร้างสรรค์โอกาส พร้อมช่วยเปแอสเชคว้าแชมป์ในประเทศได้อย่างต่อเนื่อง

ชายผู้เกิดมาเพื่อเกมนัดชิงชนะเลิศ

สิ่งที่ทำให้ดิ มาเรียถูกจดจำเป็นพิเศษ คือผลงานกับทีมชาติอาร์เจนตินาในเกมสำคัญ เขาทำประตูชัยในนัดชิงเหรียญทองโอลิมปิก 2008 ก่อนยิงประตูชัยในนัดชิง โคปา อเมริกา 2021 ที่อาร์เจนตินาเอาชนะบราซิล

ต่อมาเขายังทำประตูในเกมที่อาร์เจนตินาเอาชนะอิตาลี 3-0 ในศึก ฟินาลิสซิมา 2022 และบทที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก็มาถึงในฟุตบอลโลก 2022

ในรอบชิงชนะเลิศกับฝรั่งเศส ดิ มาเรีย ทั้งเรียกจุดโทษและยิงประตูให้ทีมขึ้นนำ ก่อนอาร์เจนตินาจะคว้าแชมป์โลกจากการดวลจุดโทษ ความสำเร็จครั้งนั้นทำให้ชื่อของเขาถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอาร์เจนตินาอย่างสมบูรณ์

ปิดฉากทีมชาติ ก่อนกลับบ้านที่โรซาริโอ

หลังจากคว้าแชมป์โลก ดิ มาเรีย ยังคงช่วยทีมชาติอาร์เจนตินาคว้าแชมป์ โคปา อเมริกา 2024 ก่อนประกาศอำลาทีมชาติอย่างเป็นทางการ เป็นการปิดฉากเส้นทางกับทัพฟ้าขาวอย่างสมบูรณ์แบบ

ช่วงปลายเส้นทางค้าแข้ง ดิ มาเรีย เลือกกลับมายัง โรซาริโอ เซนทรัล สโมสรที่เป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง การกลับบ้านครั้งนี้จึงมีความหมายมากกว่าการย้ายทีม เพราะเป็นการกลับไปยังสถานที่ที่เปิดประตูให้เด็กชายจากโรซาริโอได้เดินตามความฝัน

จากเด็กที่เติบโตท่ามกลางความยากลำบาก สู่การเป็นแชมป์ยุโรป แชมป์โคปา อเมริกา และแชมป์ฟุตบอลโลก เรื่องราวของ อังเคล ดิ มาเรีย จึงเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่าเส้นทางสู่ความสำเร็จอาจเต็มไปด้วยอุปสรรค แต่ความพยายามและโอกาสที่ได้รับ สามารถเปลี่ยนชีวิตคนคนหนึ่งได้อย่างแท้จริง

นี่คือเรื่องราวของ “เอล ฟิเดโอ” เด็กชายจากโรซาริโอ ผู้เดินทางไกล ก่อนกลับมาปิดฉากเรื่องราวของตัวเองที่บ้านเกิด



อยู่กันยาวๆ! อาร์เตต้า-ไรซ์ จ่อฝากอนาคตยาว เตรียมต่อสัญญาใหม่กับทีม

“ปรับตัวไวไร้รอยต่อ!” เซเมนโย่ ออกโรงอวย “เอ็นโซ่” จิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญช่วย แมนฯ ซิตี้ ล่าแชมป์

🎉 สมัครสมาชิกวันนี้!
🌟 ลุ้นรับสิทธิพิเศษและร่วมสนุกกับกิจกรรมดีๆ มากมาย
📲 คลิกที่นี่เลย 👉https://line.me/R/ti/p/@pzz9

Post a Comment

أحدث أقدم