เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ อดีตมิดฟิลด์ระดับตำนานในวัย 38 ปี ตัดสินใจหันหลังให้ผืนหญ้าหลังจากพา อินเตอร์ ไมอามี่ คว้าแชมป์ เอ็มแอลเอส คัพ ได้สำเร็จเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยล่าสุด สโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนา ประกาศดึงตัวเขากลับสู่อ้อมอกทีมรักอีกครั้ง เพื่อเข้ามาประเดิมงานโค้ชด้วยการช่วยคุมทีมสำรองอย่าง บาร์ซา แอตเลติค ในระหว่างที่เจ้าตัวกำลังเรียนรู้เพื่อคว้าใบอนุญาตการเป็นผู้จัดการทีมอย่างเป็นทางการ
การกลับมาครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งบทใหม่ของหนึ่งในสี่หนุ่ม "กาบาเยโรส" ร่วมกับ ลิโอเนล เมสซี, หลุยส์ ซัวเรซ และ จอร์ดี อัลบา ซึ่งเคยสร้างยุคสมัยอันยิ่งใหญ่ด้วยการคว้าแชมป์รายการสำคัญร่วมกันถึง 13 รายการที่บาร์เซโลนา โดยเฉพาะชุดทริปเปิลแชมป์ในปี 2015 ก่อนที่พวกเขาทั้งหมดจะโคจรกลับมารวมตัวช่วยกันสร้างประวัติศาสตร์และพากระแสฟุตบอลในไมอามี่เติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงท้ายของอาชีพค้าแข้ง
แม้จะไม่ได้เป็นนักเตะที่มีความเร็วหรือร่างกายโดดเด่น แต่บุสเก็ตส์ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้ปฏิวัติบทบาทกองกลางตัวรับสมัยใหม่ด้วยสมองและความเข้าใจในเกมอันเหนือชั้น จนได้รับฉายา "เอล เซเรโบร" (สมอง) และ "เอล ปุลโป" (ปลาหมึก) สไตล์การเล่นของเขาเน้นความเสียสละ คุมจังหวะเกม และทำให้เพื่อนร่วมทีมเล่นง่ายขึ้น ซึ่งตลอดอาชีพเขาลงสนามไปมากกว่า 880 นัด พร้อมพกพาสติปัญญาทางฟุตบอลอันเอกอุที่พร้อมส่งต่อให้รุ่นน้อง
แม้แฟนบอลอินเตอร์ ไมอามี่ จะแอบหวังให้ดาวเตะชาวคาตาลันรายนี้กลับไปรับตำแหน่งผู้จัดการทีมในฟลอริดาใต้ในอนาคต แต่การเริ่มต้นบนเส้นทางสายผู้ฝึกสอนกับบาร์เซโลนาถือเป็นจุดเริ่มต้นที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับจอมเก๋าผู้มองเห็นเกมทะลุปรักโปร่งรายนี้ และต้องติดตามกันต่อไปว่าบทบาทใหม่ข้างสนามของเขาจะประสบความสำเร็จและยิ่งใหญ่เหมือนสมัยที่ยังเป็นผู้เล่นหรือไม่
เปิดตำนาน “จอร์จ เบสต์” อัจฉริยะลูกหนัง เจ้าของตำนานเบอร์ 7 แมนยู
กระชับมิตรหรือกระชากมิตร! รวม 6 เหตุเดือดปรีซีซั่นพรีเมียร์ลีก 2026
🎉 สมัครสมาชิกวันนี้!
🌟 ลุ้นรับสิทธิพิเศษและร่วมสนุกกับกิจกรรมดีๆ มากมาย
📲 คลิกที่นี่เลย 👉 https://line.me/R/ti/p/@pzz9






แสดงความคิดเห็น