ย่างเยี่ยงพระเจ้า : "ลีโอเนล เมสซี่" กับข้อยกเว้นที่ทำให้เขา เดินเยอะ วิ่งน้อย แต่ได้คุณภาพ 100%

ก่อนที่มหกรรมฟุตบอลโลก 2026 จะระเบิดศึกขึ้น แฟนบอลและกูรูทั่วโลกต่างตั้งคำถามถึงสภาพร่างกายของ ลีโอเนล เมสซี่ ในวัยย่าง 39 ปี หลายคนฟันธงว่าเขาต้องลดบทบาทในทีมชาติอาร์เจนตินาลง หากหวังจะเห็นทัพฟ้าขาวประสบความสำเร็จอีกครั้ง

แต่แล้วเพียงแค่เกมแรก ลีโอเนล เมสซี่ ก็พิสูจน์ให้เห็นว่า "ฟุตบอลคือโลกของเขา" และพวกเราทุกคนแค่ อาศัยอยู่ในโลกใบนั้น จนกว่าเขาจะพอใจ ด้วยการเดินย่อง ๆ สแกนสนาม ก่อนจะซัดแฮตทริกแรกในทัวร์นาเมนต์นี้ พร้อมทำสถิติยิงประตูในฟุตบอลโลกสูงสุดเทียบเท่า มิโรสลาฟ โคลเซ่ อดีตดาวยิงเยอรมนีไปเป็นที่เรียบร้อย

ลีโอเนล เมสซี่ จอมขี้เกียจในสนามจริงหรือ? เปิดสถิติ "นักเดิน" ระดับโลก

หากวัดกันด้วยตัวเลข ลีโอเนล เมสซี่ คือนักเดินในสนามตัวจริงเสียงจริง ตลอดอาชีพค้าแข้งของเขา ดาวยิงอาร์เจนไตน์รายนี้มีอัตราการวิ่งเฉลี่ยเพียงแค่ 8.2 กิโลเมตรต่อเกมเท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับฟุตบอลยุคปัจจุบันที่นักเตะระดับท็อปต้องวิ่งกันไม่ต่ำกว่า 10 กิโลเมตร หรือพวกกองกลางปอดเหล็กที่วิ่งทะลุไปถึง 12-14 กิโลเมตรต่อเกม

เจาะลึกสถิติจาก อีเอสพีเอ็น และ เดอะ นิวยอร์กเกอร์ เผยตัวเลขการเคลื่อนไหวของ ลีโอเนล เมสซี่ ใน 1 เกมเอาไว้ได้อย่างน่าทึ่ง ดังนี้:

  • เดินเท้า (Walking): 82% ของเวลาทั้งหมดบนสนาม
  • วิ่งเหยาะ ๆ (Jogging): 14% เพื่อประคองเกมหรือเปลี่ยนจังหวะ
  • วิ่งเต็มสปีด (Sprinting): 4% เท่านั้น!

พฤติกรรมนี้ไม่ใช่แค่ในเกมที่เขาถล่มแอลจีเรีย แต่เป็นสไตล์ที่เขาใช้มาตลอด หากเป็นนักฟุตบอลคนอื่นที่เดินมากขนาดนี้ คงโดนแฟนบอลโห่ไล่หรือโดนผู้จัดการทีมเปลี่ยนตัวออกไปแล้วเพราะทำทีมเสียสมดุล แต่สำหรับ ลีโอเนล เมสซี่ นี่คือแท็กติกขั้นสูงที่ไม่มีใครเลียนแบบได้

จุดกำเนิดสูบทบาทพระเจ้า : แท็กติก "ฟอลส์ ไนน์" ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ ลีโอเนล เมสซี่ กลายเป็นผู้เล่นสไตล์นี้ เกิดขึ้นในฤดูกาล 2009-10 สมัยที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า คุมทีมบาร์เซโลน่า เขาตัดสินใจขยับ ลีโอเนล เมสซี่ จากตัวริมเส้นความเร็วสูงเข้ามาเล่นตรงกลางในบทบาท "ฟอลส์ ไนน์" (False 9) หรือกองหน้าตัวหลอก

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ไม่เพียงแต่มองเรื่องแท็กติก แต่เขายังต้องการถนอมร่างกายของ ลีโอเนล เมสซี่ ให้พร้อมใช้งานตลอดทั้งฤดูกาล กุนซือสมองเพชรเป็นคนสั่งให้เขาประหยัดพลังงาน เพื่อเก็บไว้ใช้ในจังหวะสร้างสรรค์เกมและการเข้าทำ เพราะการวิ่งตะบี้ตะบันนอกจากจะเหนื่อยเปล่าแล้ว ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บจากการปะทะรุนแรงของกองหลังคู่แข่งอีกด้วย

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เคยกล่าวไว้ว่า: "ถึง เมสซี่ จะเดิน แต่เขาไม่เคยหลุดออกจากเกมเลยแม้แต่นิดเดียว เขามีส่วนร่วมตลอดเวลา และมีทักษะพิเศษคือการได้กลิ่นของลูกฟุตบอล"

อัจฉริยภาพอ่านเกมล่วงหน้า 1 ก้าว และ "ผู้เสียสละ" เบื้องหลังความสำเร็จ

หากสังเกตให้ดี 10 นาทีแรกของเกม ลีโอเนล เมสซี่ จะเดินทอดน่องไปทางซ้ายทีขวาที ราวกับไม่สนใจเกม แต่ความจริงแล้วเขากำลัง "สแกนและศึกษา" แนวรับของคู่แข่ง เมื่อเขาหาจุดอ่อนเจอก็จะใช้พื้นที่ตรงนั้นโจมตีอย่างเหี้ยมเกลียดทันที

การขยับมายืนตรงกลางทำให้เขามีมุมมองที่กว้างขึ้น เห็นการเคลื่อนไหวของเพื่อนร่วมทีมและคู่แข่งล่วงหน้า 1 ก้าวเสมอ ในเสี้ยววินาทีที่คู่แข่งเผลอ เขาก็จัดการลงทัณฑ์เรียบร้อยแล้ว

อย่างไรก็ตาม สไตล์การเล่นที่อิสระเหมือนนกและดุดันเหมือนราชสีห์ของ ลีโอเนล เมสซี่ จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากไม่มี "คนคอยวิ่งแทน" ยอดดาวเตะอาร์เจนไตน์โชคดีเสมอที่มีเพื่อนร่วมทีมระดับมดงานที่พร้อมวิ่งสู้ฟัด ยอมเหนื่อยเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าด้วยความเต็มใจ เพื่อเปิดทางให้ "พระเจ้าแห่งโลกฟุตบอล" ได้รังสรรค์ผลงานที่สมบูรณ์แบบ 100% ให้โลกได้ตะลึงต่อไปนั่นเอง



เยอรมนีรัวทดเจ็บ! เฉือนไอวอรีโคสต์ 2-1 ลิ่วรอบน็อกเอาต์ฟุตบอลโลก 2026

"เหยินน้อย" คัมแบ็กช็อกโลก! "โรนัลดินโญ่" ประกาศคืนสนามในวัย 46 ปี เซ็นซบทีม เซเรีย ซี อิตาลี

🎉 สมัครสมาชิกวันนี้!

🌟 ลุ้นรับสิทธิพิเศษและร่วมสนุกกับกิจกรรมดีๆ มากมาย

📲 คลิกที่นี่เลย 👉https://line.me/R/ti/p/@pzz9

Post a Comment

أحدث أقدم