คิมมิช–โกเร็ทซ์ค่า : สองเพื่อนสนิท หนึ่งความฝันสุดท้ายกับบาเยิร์น มิวนิค
ในช่วงซัมเมอร์ปี 2026 เส้นทางของสองมิดฟิลด์เพื่อนรักอย่าง โยซัว คิมมิช และ เลออน โกเร็ทซ์ค่า กำลังเดินมาถึงช่วงเวลาสำคัญของชีวิตค้าแข้งกับ บาเยิร์น มิวนิค หลังจากเล่นร่วมกันมายาวนานหลายปี ทั้งคู่กำลังเข้าสู่ช่วงเวลาสุดท้ายที่ได้สวมเสื้อทีมเดียวกัน ก่อนที่เส้นทางของพวกเขาอาจต้องแยกจากกันในช่วงตลาดนักเตะซัมเมอร์นี้ อย่างไรก็ตาม ก่อนถึงวันนั้น พวกเขายังมีความฝันร่วมกันอีกหนึ่งครั้ง นั่นคือการพาทีมคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก หรือถ้วย “บิ๊กเอียร์” ให้ได้อีกครั้ง และหลังจากนั้นคือภารกิจใหญ่กับทีมชาติในศึก ฟุตบอลโลก 2026
จังหวะประสานงานที่เกือบสมบูรณ์แบบ
หนึ่งในภาพสะท้อนของความเข้าใจระหว่างสองเพื่อนรักเกิดขึ้นในเกมที่บาเยิร์นพบกับ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค เมื่อในนาทีที่ 74 โยซัว คิมมิช แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์อันยอดเยี่ยมด้วยการชิพบอลข้ามแนวรับอย่างแม่นยำไปให้ เลออน โกเร็ทซ์ค่า ที่วิ่งสอดขึ้นมาอย่างลงตัว กองกลางทีมชาติเยอรมนีพยายามวอลเลย์แบบกึ่งกายกรรม แต่ลูกยิงเฉียดกรอบออกไปเพียงเล็กน้อย แม้จังหวะดังกล่าวจะไม่กลายเป็นประตู แต่สุดท้ายบาเยิร์นก็ยังคว้าชัยได้อย่างไม่ยากเย็น และในคืนนั้นเอง ทั้งสองคนลงสนามร่วมกันเป็นเกมที่ 317 ในสีเสื้อบาเยิร์น
น่าสนใจว่าการลงเล่นในเกมดังกล่าว ทั้งคู่ได้กลับมายืนคู่กันในระบบมิดฟิลด์ตัวรับแบบ “ดับเบิลซิกซ์” อีกครั้ง ซึ่งเป็นบทบาทที่พวกเขาถูกดึงตัวมาเพื่อทำหน้าที่ตั้งแต่แรกเริ่มของการย้ายมาค้าแข้งในถิ่นอัลลิอันซ์ อารีน่า
ความหวังของยุคใหม่แห่งฟุตบอลเยอรมัน
ย้อนกลับไปในช่วงแรกที่ คิมมิช และ โกเร็ทซ์ค่า เล่นร่วมกัน พวกเขาถูกมองว่าเป็นอนาคตของทั้งสโมสรและทีมชาติ หลายฝ่ายเชื่อว่าทั้งสองคนจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้สืบทอดบทบาทจากตำนานอย่าง ฟิลิปป์ ลาห์ม และ บาสเตียน ชไวน์ชไตเกอร์ ทั้งในทีมชาติและที่บาเยิร์น
นักเตะทั้งสองคนเกิดปี 1995 และเริ่มเล่นร่วมกันกับบาเยิร์นตั้งแต่ปี 2018 ตลอดระยะเวลากว่า 8 ปี พวกเขากลายเป็นเพื่อนสนิททั้งในและนอกสนาม ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมทีม แต่เป็นเพื่อนแท้ที่เติบโตไปพร้อมกันในเส้นทางอาชีพ นอกจากฝีเท้าในสนาม ทั้งสองคนยังถูกยกย่องเรื่องบุคลิกและความเป็นมืออาชีพ ไม่มีข่าวอื้อฉาวหรือพฤติกรรมเสียหาย
โครงการเพื่อสังคม “We Kick Corona”
ในช่วงการระบาดของ โควิด-19 ทั้งสองคนยังร่วมกันก่อตั้งโครงการ “We Kick Corona” เพื่อระดมทุนช่วยเหลือองค์กรการกุศลและหน่วยงานสังคมในหลายภาคส่วน โครงการดังกล่าวทำให้ภาพลักษณ์ของพวกเขาไม่ใช่เพียงนักฟุตบอลชั้นนำ แต่ยังเป็นผู้นำที่ตระหนักถึงบทบาทต่อสังคมด้วย
ฤดูกาลประวัติศาสตร์ของบาเยิร์น
จุดสูงสุดของทั้งคู่กับบาเยิร์นเกิดขึ้นในช่วงฤดูกาล 2020–2021 ภายใต้การคุมทีมของ ฮันซี่ ฟลิค เมื่อทีมสามารถคว้า 6 แชมป์ได้สำเร็จ ได้แก่ แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, บุนเดสลีกา, เดเอฟเบ โพคาล, เดเอฟแอล ซูเปอร์คัพ, ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ และ ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ
ในทีมชุดนั้นยังมีแกนหลักสำคัญหลายคน เช่น มานูเอล นอยเออร์, เดวิด อลาบา, ติอาโก้ อัลกันตาร่า, โธมัส มึลเลอร์ และ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ขณะที่ คิมมิช ต้องถอยไปเล่นแบ็กขวาในทัวร์นาเมนต์รอบสุดท้ายที่ลิสบอน ส่วน โกเร็ทซ์ค่า เล่นในแดนกลางคู่กับ ติอาโก้ อัลกันตาร่า
เส้นทางที่ไม่ได้ราบรื่นเสมอไป
หลังจากความสำเร็จครั้งใหญ่ เส้นทางของทั้งสองคนไม่ได้ราบรื่นอย่างที่หลายฝ่ายคาดหวัง โดยเฉพาะหลังจากทีมชาติเยอรมนีตกรอบแบ่งกลุ่มในศึก ฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ คิมมิชเริ่มตั้งคำถามกับบทบาทของตัวเอง ขณะที่อดีตโค้ชบาเยิร์นอย่าง โธมัส ทูเคิล เคยตั้งคำถามว่าเขาเหมาะกับตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับจริงหรือไม่
ส่วน โกเร็ทซ์ค่า ต้องเผชิญช่วงเวลาที่ยากลำบากหลายครั้ง ทั้งการเสียตำแหน่งตัวจริง และการถูกตัดชื่อออกจากทีมชาติในบางช่วง รวมถึงไม่ได้ติดทีมในศึก ยูโร 2024
การต่อสู้เพื่อพิสูจน์ตัวเอง
อย่างไรก็ตาม ทั้งสองคนไม่เคยยอมแพ้ต่อสถานการณ์ คิมมิชอดทนรอโอกาสจนกระทั่งกุนซือคนใหม่ แว็งซ็องต์ ก็องปานี เข้ามาคุมทีมและให้เขากลับมาเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลางอีกครั้ง
ด้านโกเร็ทซ์ค่า แม้จะเคยเกือบถูกขายออกจากทีมหลายครั้ง รวมถึงได้รับความสนใจจาก แอตเลติโก มาดริด แต่เขายังคงเลือกทุ่มเทให้กับบาเยิร์นจนถึงช่วงสุดท้ายของสัญญา ซึ่งกำลังจะหมดลงในเดือนมิถุนายน 2026
ครึ่งปีสุดท้ายของสองเพื่อนรัก
นั่นทำให้ฤดูกาลนี้อาจเป็นครึ่งปีสุดท้ายที่แฟนบอลจะได้เห็น คิมมิช และ โกเร็ทซ์ค่า ลงสนามร่วมกันกับบาเยิร์น โดยทีมกำลังเข้าสู่ช่วงสำคัญของศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย ที่ต้องพบกับ อตาลันต้า ทีมแกร่งจากอิตาลี
ในฤดูกาลนี้ คิมมิชถือเป็นหนึ่งในผู้นำของทีมร่วมกับนักเตะอย่าง มานูเอล นอยเออร์, ดาโยต์ อูปาเมกาโน่, โยนาธาน ทาห์ และ แฮร์รี่ เคน โดยเขายังทำหน้าที่เป็นแบบอย่างให้กับดาวรุ่งของทีมอย่าง เลนนาร์ท คาร์ล, ทอม บิชอฟ และ อเล็กซานดาร์ พาฟโลวิช
ความฝันสุดท้ายก่อนเส้นทางแยกจาก
แม้บทบาทของโกเร็ทซ์ค่าในทีมปัจจุบันจะลดลง และต้องแข่งขันตำแหน่งกับ อเล็กซานดาร์ พาฟโลวิช แต่เขายังคงมองโลกในแง่บวก และพยายามสนุกกับช่วงเวลาสุดท้ายในถิ่นอัลลิอันซ์ อารีน่า
สำหรับสองเพื่อนรัก เป้าหมายในตอนนี้ยังเหมือนกัน นั่นคือการคว้าแชมป์ใหญ่ร่วมกันอีกครั้งกับบาเยิร์น โดยเฉพาะยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ก่อนจะมุ่งหน้าสู่ภารกิจสำคัญกับทีมชาติในฟุตบอลโลก 2026
หลังจากทัวร์นาเมนต์นั้น เส้นทางของทั้งสองคนในระดับสโมสรอาจต้องแยกจากกัน แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น มิตรภาพและช่วงเวลาที่พวกเขาสร้างร่วมกันกับบาเยิร์นจะยังคงถูกจดจำเสมอในหน้าประวัติศาสตร์ของสโมสร และในหัวใจของแฟนบอลทั่วโลก
ประวัติศาสตร์ใหม่! บราซิลเปิดตัวชุดเยือนฟุตบอลโลก 2026 จับมือ “จอร์แดน แบรนด์” ครั้งแรก
แมนฯ ยูไนเต็ดจับตา มูรีลโล่ เสริมแนวรับช่วงซัมเมอร์
🎉 สมัครสมาชิกวันนี้!
🌟 ลุ้นรับสิทธิพิเศษและร่วมสนุกกับกิจกรรมดีๆ มากมาย
📲 คลิกที่นี่เลย 👉https://line.me/R/ti/p/@pzz9












إرسال تعليق